News and Events

ข่าวและเหตุการณ์

  • 2017
  • 2016
  • 2015
  • 2014

CSR

'ทริส' พร้อมเป็นเสือติดปีก บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานกรมต่างๆ ของรัฐบาล แต่บทบาทหน้าที่และโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ต้องรุกขึ้นมาปฏิบัติการใหม่เสริมความแข็งแกร่ง

June 26, 2017

เรื่อง บงกชรัตน์ สร้อยทอง


          บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานกรมต่างๆ ของรัฐบาล แต่บทบาทหน้าที่และโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ต้องรุกขึ้นมาปฏิบัติการใหม่เสริมความแข็งแกร่ง
          "ไวฑูรย์ โภคาชัยพัฒน์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ทริสจะต้องเป็นที่รู้จักของคนไทย ที่เป็น "มากกว่าบริษัทประเมินผลงาน"ซึ่งเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง
          หลังจากนี้ ทริสจะเป็น "บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ" ในด้านต่างๆ ตั้งแต่บุคลากร การคัดสรร การปรับโครงสร้างองค์กร การวางระบบมาตรฐาน หรือแผนการบริหารความเสี่ยง โดยมีเป้าหมายในระดับสากลจะไปถึงระดับ A- ดังเช่นบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ หรือการประเมินต่างประเทศ จากปัจจุบันที่มองตัวเองว่าอยู่ในระดับ B+ แต่หากมองในระดับประเทศไทยถือว่าเป็นบริษัทแนวหน้า
          วิธีการที่จะไปถึงตรงนั้นคือ การสร้างแบรนด์และการตลาดที่จะทำให้ "ทริส" มีความเข้มแข็ง เพราะที่ผ่านมามีฐานลูกค้าด้านการประเมินผลงานของหน่วยงานภาครัฐมาก แต่ไม่เคยเน้นเรื่องการตลาดหรือแบรนด์
          เป้าหมาย คือ ต้องทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือและให้เกิดการยอมรับจากคนในประเทศ ก่อนที่จะมีแผนขยายความเข้มแข็งไปสู่กลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี)
          ความแตกต่างที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากให้บริษัทเป็นผู้ประเมิน หรือเป็นที่ปรึกษาแล้วคือผลงานที่ออกมาต้องไม่ขึ้นหิ้ง มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิบัติที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้จริงให้ได้
          สิ่งที่จะต้องทำต่อไป คือ การหาเครือข่ายและพันธมิตรที่ดีมาช่วยกันทำงานเนื่องจากความรู้ได้เปลี่ยนแปลงเร็วมาในยุค 4.0 และการเปลี่ยนแปลงที่เร็วไม่ได้ทำให้เก่งไปในทุกเรื่อง การมีพันธมิตรที่ดีช่วยทำให้ช่วยกันเติบโต โดยเฉพาะในธุรกิจอย่างบริษัทที่มีต้นทุนสำคัญ คือ "คน" ไม่ใช่สินทรัพย์เหมือนในอุตสาหกรรมทั่วไปที่จะเพิ่มสายการผลิต หรือเพิ่มทำงานนอกเวลา หรือเอาหุ่นยนต์มาทดแทนการทำงานได้
          บริษัทมีวิทยาลัยองค์ความรู้และการจัดการนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นพันธมิตรทางด้านวิชาการและงานวิจัยเรื่องใหม่ และเพิ่งเริ่มกับโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรกันระหว่างทริสกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งอยู่ระหว่างที่บุคลากรทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้การทำงาน ซึ่งกำลังจะมีการประเมินโครงการ
          เมื่อต้นปี 2560 บริษัทเป็นพันธมิตรกับบริษัทเอกชน Quiz Biz ทำแอพพลิเคชั่น บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้หลักสูตรของบริษัทที่จะมาติดตามการอบรมของผู้เข้าเรียน มีแบบทดสอบหลังเรียนให้ทบทวน บันทึกสรุปคะแนนย้อนหลังเพื่อดูผลคะแนนในการทดสอบว่ามีการปรับปรุงดีขึ้น จากแบบทดสอบครั้งก่อนหรือไม่ พร้อมทั้งเพิ่มความดิจิทัลที่ทำให้กิจกรรมหลังจากเรียนมีเกมที่เล่นร่วมกันในคลาสเดียวกัน ได้ทบทวนและแลกเปลี่ยนบทเรียนกัน หรือแม้กระทั่งมีการติดตามเตือนให้ทำการบ้าน
          เครือข่ายหรือพันธมิตรที่บริษัทต้องการร่วมด้วย คือ "คนหรือหน่วยงาน" ที่ทำไอทีดิจิทัล รวมถึงสามารถดูแลเรื่องระบบความปลอดภัยในข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีการหารือแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
          "ไวฑูรย์" กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างใหม่ โดยจะมีหน่วยงานที่มาดูแลเรื่องมาร์เก็ตติ้งแบรนดิ้งโดยตรง รวมถึงการสร้างแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์บริษัทเดินไปพร้อมกัน
          "เริ่มจากภายใน 2-3 ปีนี้ แบรนด์ทริสจะต้องพลิกโฉมจากเดิมให้ได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้เกิดผลอย่างชัดเจน เราเป็นบริษัทที่ต้องไม่โดนวิจารณ์  ต้องไม่ยึดติดกับลูกค้าเดิม ไม่ว่าจะหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน เมื่อพูดถึงทริสแล้วเขาต้องรับรู้และเข้าใจว่าเราคือใคร"
          ทริสมีลูกค้ารัฐวิสาหกิจ 37 แห่ง จากในระบบมีทั้งหมด 55 แห่ง ซึ่งเท่ากับว่าบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดตอนนี้ สำหรับหน่วยงานภาครัฐเป็นระดับกรมกับหน่วยงานที่เป็นองค์กรมหาชนหลัก 30 แห่ง  สำหรับบริษัทเอกชนจะเป็นตัวที่แกว่งในแต่ละปี เพราะบางปีมีสูงสุด 10 แห่ง และบางปีมีไม่ถึง 5 แห่ง
          สำหรับแผนงานปี 2560 เป็นการลงทุนต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งเป็น 2 ปีแห่งการลงทุนของบริษัทมาก ที่จะพยายามเพิ่มมูลค่าเพิ่มไปในทุกกระบวนการทำงานบริการของทริสทั้งหมด โดยมีการรื้อระบบไอทีใหม่ ปรับเปลี่ยนระบบงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านอย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายสำคัญที่บอกกับทีมงานว่า หลังจากนี้ทริสจะต้องเป็น "เสือติดปีก" มีการเปลี่ยนแปลงและเสริมความเข้มแข็งให้มาก
          "ปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะเน้นเพิ่มมูลค่ากระบวนการทำงานทั้งหมด จากหลายปีที่ผ่านมาบริษัทจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% เท่านั้น อีกทั้งปัจจุบันยังมีช่องว่างที่ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยหน่วยงานระดับกรมกับองค์กรมหาชนเป็นลูกค้าบริษัทเพียงกว่า 30 แห่ง จากปัจุบันมีทั้งหมด 140 แห่ง
          สำหรับภาพปัจจุบันที่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจเติบโตเร็วและลดการพึ่งพารัฐมองว่าเป็นเรื่องที่ยากในทุกประเทศที่เคยเจอมาก่อน เพราะเป็นรัฐและวิสาหกิจที่ต้องทำงานตามพันธกิจ นโยบายของสาธารณะเพื่อสนองประชาชน และยังต้องพยายามมีรายได้ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ อีกทั้งยังต้องเจอโจทย์ยากกับคลื่นกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เร็ว และความต้องการตอบรับจากประชาชนที่โถมเข้ามาอย่างแรงและหนักกว่าสมัยก่อน อีกทั้งที่ผ่านมาทุกรัฐบาลใช้รัฐวิสาหกิจเป็๋นเครื่องมือของรัฐเยอะมาก ดังนั้นทุกคนคาดหวังให้องค์กรและพนักงานเขาวิ่งเร็ว แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องเข้าใจว่าระบบบระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐมีอยู่

          บรรยายใต้ภาพ 
          ไวฑูรย์ โภคาชัยพัฒน์

 

โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560